Warning: Creating default object from empty value in /home2/manut/public_html/wp-content/themes/canvas/functions/admin-hooks.php on line 160

เคล็ดลับในการหาผู้มุ่งหวังโดยไม่ต้องง้อใคร

คุณคิดว่าธุรกิจเครือข่ายของคุณจะเป็นอย่างไร ถ้ามีผู้มุ่งหวังมาให้คุณคุยทุกวัน? และที่สำคัญคือ คุยเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายของคุณ แน่นอนครับ คำตอบคือ…มันเป็นความฝันของนักธุรกิจเครือข่ายทุกคน เพราะหมายถึงการเจริญเติบโตของธุรกิจ

คุณสามารถเรียนรู้การตลาดแบบดึงดูด หรือ Attraction Marketing และฝึกฝนวิธีการสร้างบัญชีรายชื่อได้ โดยเป็นรายชื่อของคนที่คุณไม่รู้จัก โดยคุณต้องเรียนรู้การสร้าง Lead Capture Page  หรือหน้าในเว๊ปที่ไว้สำหรับสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวัง โดยให้ผู้ที่เข่้าเยียมหน้าหรือ Page ของคุณสามารถกรอกข้อมูลของเขา เช่น ชื่อ อีเมล์ หมายเลขโทรศัพท์ ที่ผู้มุ่งหวังอนุญาติให้คุณสามารถติดต่อ สื่อสารกับเขาได้

ซึ่ง Lead Capture Page โดยปกติแล้วจะเกิดจาก ลิงค์ที่คุณเชื่อมมาจากแหล่งต่างๆที่คุณทำไว้ เช่น Social Media, อีเมล์ติดตามผล, Pay per Click ต่างๆ เพื่อทำให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชม เปลี่ยนเป็นผู้มุ่งหวัง

Lead Capture Page เป็นเครื่องมือที่สำคัญมาก เพราะถ้าใช้อย่างเหมาะสม มันสามารถสร้างเม็ดเงินให้กับคุณได้ ถ้าคุณมีสินค้า หรือบริการของคุณ ที่ผู้มุ่งหวังมองหา ซึ่งอาจจะก่อนที่เขาจะเข้าร่วมธุรกิจกับคุณเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้นการที่คุณมี Lead Capture Page จึงมีความสำคัญมากด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

เหตุผลข้อที่ 1

นักธุรกิจเครือข่ายส่วนมากมักใช้เว๊ปไซด์ของบริษัทให้ผู้มุ่งหวังเยี่ยมชม ซึ่งเป็นการโปรโมทตัวบริษัทฯ แต่ถ้าคุณมี Lead Capture Page ของตัวคุณเอง จะเป็นการแบรนด์ตัวคุณให้มีความแตกต่าง โดดเด่นจากคนอื่น  ดังนั้นการที่คุณโปรโมทเว๊ปไซด์ของบริษัท คุณกำลังทำสิ่งตรงกันข้าม เพราะคุณกำลังสร้างทรัพย์สิน หรือฐานลูกค้าให้กับบริษัทฯ ไม่ใช่ให้กับตัวคุณเอง ดังนั้น คุณไม่ได้กำลังแบรนด์ตัวคุณ หรือสร้างทรัพย์สิน หรือรายชื่อที่เป็นของคุณจริงๆ

หลักการก็คือ โปรโมตัวคุณเอง เพื่อสร้างธุรกิจของคุณ และสร้างบัญชีรายชื่อที่เป็นทรัพย์สินของของคุณ

สิ่งที่พบโดยมากก็คือ เว๊ปไซด์ของบริษัทฯทำขึ้นมาเพื่อโปรโมทตัวบริษัทฯ หรือสินค้าของบริษัทเอง เพื่อสร้างความจงรักภักดี (Loyalty) กับบริษัทฯ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ที่ทำขึ้นมาเพื่อเป็น Capture Page ของคุณ ซ้ำร้าย บางบริษัทฯยังมีช่องให้กรอกข้อมูลสมัครสมาชิกอีกต่างหาก แต่ที่แย่ก็คือคุณโปรโทให้ผู้มุ่งหวังเข้าไปดู ผู้มุ่งหวังของคุณกรอกไปแล้ว แต่บริษัทฯกลับส่งรายชื่อไปให้เป็นสมาชิกของนักธุรกิจระดับสูงที่ไม่ใช่คุณ   ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังในเรื่องการโปรโมทเว็ปไซด์ของบริษัทฯนะครับ

บางบริษัทฯอาจเตรียมหน้าเว๊ปไซด์ให้คุณ ให้ผู้มุ่งหวังของคุณสามารถกรอกข้อมูลได้ แต่คุณคงเคยเห็นนะครับ โดยเฉพาะหน้าโฆษณาใน Social Media และ Pay Per Click  ต่างๆ เมื่อคุณคลิ๊กไป คุณอาจรู้สึกเบื่อและเอียน เพราะเข้าไปก็เหมือนกันหมด ไม่มีความแตกต่างของนักธุรกิจ ไม่มีความโดดเด่น และที่สำคัญ มันเป็นการโปรโมทบริษัทฯ ไม่ใช่ตัวคุณ

เหตุผลข้อที่ 2

การที่คุณมีความความรู้ ความชำนาญในการสร้างรายชื่อ (Leads) คุณจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ และที่สำคัญคืออาจสร้างเม็ดเงินให้คุณได้ เพราะ

คุณไม่ต้องเสียเงินซื้อรายชื่อ (บางธุรกิจ อัพไลน์ขายรายชื่อผู้มุ่งหวังด้วย)

ไม่ต้องเสียเวลาในการโพส Link ในฟอรั่มตามเว๊ปไซด์ หรือ Social Media ต่างๆ

ไม่ต้องเสียเวลาโทรหาคนจากบัญชีรายชื่อคนไม่รู้จัก และรับการปฏิเสธจำนวนมาก

ไม้ต้องเสียเงินและเวลาไปที่ต่างๆเพื่อแลกนามบัตรเพื่อหารายชื่อ

ไม่ต้องเสียเงินในการจัดประชุมทางธุรกิจเพื่อเชิญคนมาฟัง โดยที่ไม่รู้ว่าจะสมัครหรือเปล่า

 

ซึ่งวิธีการดังกล่าวเป็นวิธีการที่นักธุรกิจเครือข่ายทั่วไปใช้กันในวงการ และอัตราความสำเร็จต่ำมาก

ถ้าคุณสร้างความแตกต่าง โดยมีความสามารถสร้างบัญชีรายชื่อของคุณเองได้ คุณสามารถทำธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และได้ประสิทธิผลสูงมากๆ กล่าวคือ

คุณสามารถจัดประชุมของคุณเองโดยมีผู้มุ่งหวังที่มีคุณภาพ และพร้อมที่จะทำธุรกิจอยู่แล้ว

คุณอาจสร้างรายได้จากผู้มุ่งหวัง ถึงแม้เขาจะปฏิเสธไม่ร่วมธุรกิจกับคุณ

ดังนั้น ถ้าคุณต้องการความสำเร็จระยะยาว และมีความสามารถสร้างบัญชีรายชื่ออย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นผู้มุ่งหวังหรือลูกค้า คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมี Capture Page ของคุณเอง

จุดมุ่งหมายของ Lead Capture Page ก็คือ หน้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้มุ่งหวังของคุณยินยอมให้รายชืื่อ และข้อมูลการติดต่อเช่น อีเมล์ ให้คุณสามารถสื่อสารกับเขาได้ โดยสิ่งที่ยอดเยี่มที่สุดก็คือ มันสามารถทำงานแทนคุณได้ตลอด  24 ชั่วโมง ไม่ว่ากลางวัน หรือกลางคืน

ไม่ว่าคุณไปเที่ยวต่างประเทศ หรือหยุดพักผ่อนกับครอบครัว มันยังคงทำงานให้คุณอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวังให้คุณตลอดเวลา โดยที่คุณไม่ต้องเสียอารมณ์หรือความรู้สึก

หลักการในการทำ Lead Capture Page ก็คือ ความเรียบง่าย สั้น ไม่ซับซ้อน มีข้อมูลที่ไม่มากจนเกินไป แต่ต้องทำให้ผู้มุ่งหวังอยากติดตาม อยากรู้มากขึ้น จนทำให้ผู้มุ่งหวังต้องให้ข้อมูลเพื่อการติดต่อของเขา เพื่อให้คุณสามารถให้ความรู้ หรือการแบ่งปันในรายละเอียดที่มากขึ้นต่อไป ผู้คนยินดีให้ข้องมูลของเขาหากเขาได้ประโยชน์จากสิ่งที่เขาทำ

ดังคำกล่าวที่ว่า “ หากคุณต้องการขายสว่าน คุณต้องขายข้อมูลการเจาะรู “

คุณควรเน้นถึงประโยชน์ที่คุณให้ นั่นหมายถึงคุณควรบอกให้ชัดเจน เช่น เขาจะได้ข้อมูลวิธีการแก้ไขปัญหาหรือความเจ็บปวดของเขาจากคุณฟรี จากการที่เขากรอกข้อมูลให้คุณ

หรือคุณอาจเน้นในสิ่งที่เขาจะสูญเสีย หากเขาเลือกที่จะไม่กรอกข้อมูลให้คุณ

ทีนี้เรามาดูกันในรายละเอียดนะครับ องค์ประกอบของ Lead Capture Page ที่ดีนั้น ควรมีอะไรบ้าง

 องค์ประกอบของ Capture Page

1 Pre-headline เอาไว้กรองคนที่เข้าเยี่ยม

2 Headline สำคัญ เพราะคือการโฆษณาสิ่งที่คุณต้องการขาย

3 Sub-headline ไว้บอกสิ่งที่คุณต้องการให้ผู้มุ่งหวังทำ

4 Bullet Points บอกรายการ 4 – 7 ข้อ ในสิ่งที่คุณให้

5 Opt-in Box ประกอบไปด้วย สิ่งที่ผู้มุ่งหวังต้องทำ ช่องไว้กรอกข้อมูล และปุ่มไว้กดลงทะเบียน

ไม่จำเป็นเสมอไปที่ Capture Page จะมีครบทั้ง 5 องค์ประกอบนี้ แต่อย่างน้อยควรจะมี 3 ข้อ จาก 5 ข้อที่กล่าวมา โดยหลักๆแล้วก็คือ Headline, Bullet Points ซึ่งอาจเป็น วิดีโอ หรือข้อความ และ Opt-in Box

ถ้าคุณต้องการให้มีครบทั้ง 5 องค์ประกอบแล้วละก็ เราลองมาดูทีละองค์ประกอบกันครับ

องค์ประกอบแรกก็คือ Pre-Headline

เป้าหมายของ Pre-Headline คือการกรองผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมว่าใช่ผู้มุ่งหวังหรือไม่ โดยส่วนมากจะใช้การยิงประโยคที่มีข้อความว่า “ทำอย่างไร” หรือ “วิธีการ” ในระยะเวลาที่จำกัด ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เช่น “ นี่คือวิธีสร้าง 241รายชื่อผู้มุ่งหวังภายใน 18 วัน โดยไม่ต้องเก่งคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องใช้เงิน! “ เป็นต้น

Headline เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดใน Capture Page ของคุณ เป็นส่วนที่ดึงดูดสายตาของผู้อ่านมากที่สุด และเน้นถึงประโยชน์ (หรือความเจ็บปวด) ที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่คุณจะเสนอหรือมอบให้ เพื่อแลกกับชื่อ และอีเมล์ของผู้มุ่งหวัง และที่สำคัญ มันเป็นส่วนที่ตัดสินว่า คนที่เข้ามาเยี่ยมชมจะอ่านส่วนต่อไป หรือจะคลิกออกไปจากหน้าของคุณ

ส่วนต่อมาคือ Sub-Headline

sub-headline ทำให้ headline มีความสมบูรณ์ และทำให้ผู้อ่านมั่นใจว่าได้เข้ามาถูกที่แล้ว และมีข้อข้อความที่ทำให้ผู้อ่าน ตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อแลกกับประโยชน์หรือสิ่งที่คุณมอบให้ เมื่อผู้อ่านกรอกข้อมูลเข้ามา

มาถึงส่วนที่เรียกว่า Bullet Points

Bullet Points หรือเนื้อหา ควรจำกัดอยู่ที่ประมาณ 4-7 ข้อความหรือสาร ซึ่งบอกอย่างชัดเจนในสิ่งซึ่งผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมควรจะคาดหวังที่จะได้รับเมื่อเขาได้กรอกข้อมูล ที่สำคัญคือ อย่าบอกว่าคุณมีอะไร แต่ อะไรที่มีอยู่ที่เขาจะได้ประโยชน์อย่างไร สูตรในการสร้าง bullet points ที่มีประสิทธิภาพก็คือ เกริ่นนำที่น่าสนใจ + สิ่งที่คุณจะมอบให้ + ประโยชน์ที่ผู้อ่านจะได้รับ

สุดท้ายก็มาถึง Web Form หรือ opt-in box

Web Form หรือ opt-in box เป็นที่ผู้อ่านถูกร้องขอให้ทำในสิ่งที่คุณต้องการ ก็คือให้ข้อมูลติดต่อของเขา คุณต้องสร้าง web form ที่มีคำร้องขอให้เขาตัดสินใจ และให้เหตุผลเพื่อให่เรารู้สึกว่าเบาต้องการเป้นผ่านกรอกข้อมูลเอง เพื่อประโยชน์ที่เขาจะได้รับ

ดยทั่วไปแล้ว โครงสร้างของ web form ประกอบไปด้วย

1 Opt-in headline

2 Sub-head และข้อความแนะนำ

3 ช่องสำหรับกรอกข้อมูล

4 ปุ่มกดส่งข้อมูล

ในตัว Web Form ก็จะมี headline ซึ่งเป็นข้อความเชิญชวนบอกว่าผู้อ่านต้องทำอะไร ซึ่งเป็นที่ตัดสินว่า Capture Page ของคุณประสบความสำเร็จหรือไม่

ส่วน sub-headline ก็จะเป็นคำแนะนำอย่างชัดเจนว่า ผู้อ่านต้องทำอะไร

ช่องสำหรับกรอกข้อมูล เป็นที่สำหรับให้ผู้อ่านใว่ข้อมูลของเขา เช่น ชื่อ อีเมล์ หมายเลขโทรศัพท์ ฯลฯ โดยทั่วไปแล้วจะนิยมเพียงแค่ช่องสำหรับกรอกชื่อ และอีเมล์ แต่ถ้าคุณมีช่องที่ต้องกรอกมากขึ้นเช่น หมายเลขโทรศัพท์ จะทำให้อัตราการกรอกข้อมูลจากผู้อ่านลดลง แต่ก็ทำให้รายชื่อทีมีคุณภาพมากขึ้น

การวางโครงสร้างของ Web Form ควรทำให้ดูง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เชิญชวนต่อการน่ากรอกข้อมูล เพราะถ้าดูแล้วสับสน รกตา จะทำให้ผู้อ่านไม่อยากกรอกและคลิกออกไป และที่สำคัญ คุณควรวาง Web Form ในตำแหน่งด้านบนของหน้า Capture Page โดยเห็นได้โดยง่าย ไม่ต้องเลื่อนเมาส์ลงมาจึงจะเห็น

เครื่องมือที่ใช้

ผมแนะนำให้ใช้ Get Response สำหรับการทำ  E-mail Marketing ซึ่งคุณสามารถสร้างระบบอีเมล์ติดตามผลอัตโนมัคิ ที่สามารถทำงานแทนคุณตลอด 24 ชม. ไม่ว่าคุณจะหยุดพักผ่อน หรือท่องเที่ยวที่ใดในโลก มีความเสถียรมาก และยังมี Web Form หรือ Op-in Box ให้คุณเลือกได้หลายรูปแบบ หรือคุณอยากสร้างเองก็ได้ แต่ที่สำคัญก็คือ สามารถรองรับภาษาไทยได้  100% และราคาไม่แพง

 

Optimize Press เป็นสุดยอด Theme ที่ใช้กับ WordPress ที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะคุณสามารถสร้าง Capture Page หรือ Squeeze Page อย่างง่ายๆโดยที่คุณไม่ต้องมีความรู้ทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์ที่ยุ่งยากแต่อย่างใด และนอกจากนั้น คุณสามารถสร้าง Blog, Sale Page  และ Membership Page เพื่อสินค้าและบริการของคุณ สำหรับการใช้งานในอนาคตได้อีกด้วย

หากคุณต้องการทราบข้อมูลที่มากขึ้นในระยะเวลาอันสั้น กรุณาลงทะเบียน ฟรี!  โดยกรอกชื่อ และอีเมล์ เพื่อรับ E-Book “ ฝ่าทะลุข้อจำกัดธุรกิจเครือข่าย ด้วย Attraction Marketing” และรับฟรี E-Course ต่อเนื่อง 7 วัน โดยส่งตรงถึงคุณทาง e-mail เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ในธุรกิจของคุณเป็น 100 เท่า

Comment ของคุณมีค่า หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ กรุณาแบ่งปันด้วยการคลิก Like และให้ Comment ด้านล่างนี้ ขอบคุณครับ

 

 

Incoming search terms:

  • ง้อ
  • การหาผู้มุ่งหวัง
  • การแสวงหาผู้มุ่งหวัง
  • การแสวงหาผู้มุ่งหวังและลูกค้า
  • หาผู้มุ่งหวัง
  • เทคนิคการหาผู้มุ่งหวัง
  • รูปง้อ
  • หาผู้มุ่งหวังจากไหน
  • 7 เทคนิคการหาผู้มุ่งหวัง
  • วิธีหาผู้มุ่งหวัง ให้มากที่สุด

, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

5 Responses to เคล็ดลับในการหาผู้มุ่งหวังโดยไม่ต้องง้อใคร

  1. Joey 21/12/2011 at 03:19 #

    สุดยอดเลยครับ เป็นความรู้ใหม่ครับ หน้าสนใจมากเลยครับ ขอบคุณครับ

  2. มนัส พัวพงษ์พันธ์ 03/01/2012 at 17:53 #

    ยินดีครับ คุณโจอี้

  3. boyz 25/11/2012 at 20:55 #

    สุดยอดคับ นี่เปนทางออกของผมเลยคับ ขอบคุณจิงๆ

  4. kitti yaitaworn 11/10/2013 at 15:14 #

    อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมครับว่าต้องทำอย่างไรบ้าง แล้วรับออกแบบมั้ยครับ

Trackbacks/Pingbacks

  1. ระบบอีเมล์อัตโนมัติ Auto-Responder ติดตามผู้มุ่งหวังโดยไม่เปลืองน้ำลาย | Manut Pourpongpan's Official Blog - 02/01/2012

    [...] “ เคล็ดลับในการหาผู้มุ่งหวังโดยไม่… มาแล้ว [...]

Leave a Reply